อ่านแล้ว 696 views
หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้าต่างศาสนา
พระครูสิริวิหารการ สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมฯ วัดสระเกศ
“เด็กไทยต้องเรียนรู้ประสบการณ์จากต่างประเทศ จะได้กลับมาพัฒนาบ้านเมืองเราได้”
ด้วยความเมตตาและวิสัยทัศน์ของพระเดชพระคุณพระ พรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ที่มีต่อโรงเรียนวัดสระเกศ และมุ่งสืบสานเจตนาของ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาส ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเยาวชน ได้เมตตาให้ทุนนักเรียนของโรงเรียนไปศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี และภาษา ที่ประเทศเบลเยียม เพื่อสร้างทักษะ ประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียนเป็นปีที่ 2 โดยกำหนดเดินทางวันที่ 3-24 เม.ย.2560 โดยมี อาจารย์จินดา จิรมโนไมย ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ได้พาคณะนักเรียน จำนวน 10 คนด้วยกัน
การเดินทางครั้งนี้มีพระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารเป็นผู้นำ และได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระราชวิสุทธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยธรรมาราม ประเทศเบลเยียม ในการศึกษายังสถานที่ต่างๆ อาทิ สมรภูมิวอเตอร์ลู พิพิธภัณฑ์จอห์น ลูแปง ศึกษาธรรมชาติป่าดอกบลูเบลล์ นอก จากนั้น ยังได้นำครูและนักเรียนเรียนรู้วัฒนธรรมตะวันตก ศิลปะการฟันดาบ และกิจกรรมต่างๆ จากวิทยากรชาวตะวันตกด้วย
การเรียนรู้วัฒนธรรมนั้นจำเป็นต้องเข้าใจถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่และแรกเปลี่ยนประสบการณ์ เพราะทุกที่ล้วนมีสิ่งที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ 2 แบบเสมอ คือ 1.คน กับ 2.สถานที่ โดยคนนั้นเราได้เรียนรู้ผ่านอัธยาศัย และสิ่งสำคัญของการสร้างความเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าได้ดีที่สุดคือ “การให้” อันเป็น วิถีไทย วิถีพุทธ ไปทุกที่ต้องมีการแบ่งปัน มีวันหนึ่งท่าน เจ้าคุณพระราชวิสุทธิวิเทศ วัดไทยธรรมาราม พาคณะไปยัง Brain l?Alleud เป็นสถานที่ที่เราจะได้แบ่งปันอาหารให้กับคนจน คนมีรายได้น้อย โดยเด็กๆ ได้มีโอกาสตักอาหารแจกพร้อม แสดงโชว์ศิลปะทุกชุด ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมดังกึกก้อง
วันนี้ที่นี่ทุกคนมีความสุขเพราะคณะเตรียมอาหารอย่างดีเหมือนที่ถวายพระไปแจก เสร็จแล้วห่อกลับบ้านได้ด้วย ท่านเจ้าคุณฯ ทักทายทุกคน แจกช็อกโกแลต สายข้อมือ ทุกคน แจกสมุด ดินสอ เงิน 2 ยูโร แก่เด็กๆ พาคณะตักอาหาร ผลไม้ให้กับทุกคนด้วยรอยยิ้ม—ความสุขเกิดจากการแบ่งปัน— เกิดจากการมีเกียรติ ผู้ให้ให้ด้วยเกียรติ ด้วยความเคารพในความเป็นมนุษย์ ผู้รับรับด้วยความรู้สึกว่าตนมีเกียรติ เพราะได้รับเกียรติ ความสุขจึงเกิดขึ้น และความเป็นมิตรก็เกิดตามมา
อีกหนึ่งวิถีในการเข้าสู่การปรับตัวเรียนรู้โลกใหม่คือ ทุ่งเนินสิงโต หรือ ยุทธการวอเตอร์ลู เมื่อปี ค.ศ.1815 (Lion?s Mound, Waterloo Battlefied) โดยเป็นทุ่งยุทธการแห่งการรบที่มีคนตาย/บาดเจ็บ/สูญหายนับแสนคน ระหว่างนโปเลียนกับพันธมิตร และมีอนุสรณ์สถาน/เนินเขาสูง 45 เมตร มีขั้นบันได 226 ขั้น ที่เกิดจากญาติผู้ตายนำดินคนละกำมือจากบ้านมาวางไว้ มีรูปหล่อสิงโตหนัก 5 ตัน หล่อจากอาวุธที่พบในบริเวณทุ่งหญ้า รัฐบาลได้ รักษาทุ่งหญ้า พื้นที่ไว้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ให้มี สิ่งก่อสร้างเท่าที่จำเป็น
ท่านเจ้าคุณได้นำคณะสวดมนต์ ตั้งจิตแผ่เมตตาให้กับ ผู้ล่วงลับไปทุกแห่ง เป็นการให้เด็กๆ ได้รับรู้ถึงความรุนแรง ของสงครามของการแบ่งแยก และรับรู้ถึงเมตตาจิตที่เด็กๆ ควรจะสร้างขึ้น เมื่อโตขึ้นควรจะสร้างประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเมตตามากกว่าจะใช้กำลังเข้าทำร้ายกัน
นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์บางส่วนที่เด็กไทยได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิและพระเถรานุเถระในการเดินทางมาศึกษา เรียนรู้ประสบการณ์ในต่างแดน ครั้งนี้ เพื่อนำเอาไปใช้สร้างสรรค์สังคมให้ลดละความเห็น แก่ตัวผ่านการเสียสละ และไม่ก่อเวรแก่กัน นั่นคือเป้าหมาย ที่สังคมควรเอื้อกับเด็กของเราได้สร้างสังคมแบบชาวพุทธ ที่สุขสงบต่อไป (หน้า 23)
http://daily.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdOVEk1TURRMk1BPT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBeE55MHdOQzB5T1E9PQ==

