คัมภีร์พระวิทยากร

 

กว่า 15 ปี ก่อนจะมาเป็นคัมภีร์พระวิทยากร
หลักสูตรพระวิทยากรกระบวนธรรม

 

 

 

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุคดิจิตอล
ที่ถอดรหัสจากพระไตรปิฎก และ บูรพาจารย์ ตามรอยพระพุทธเจ้า อย่างลุ่มลึกและมีนัยสำคัญที่จะนำผู้คนไปสู่ความพ้นทุกข์ได้จริง
ในคำนำจากใจคณะทำงานร่างหลักสูตรเล่าถึงความเป็นมาว่า ...
จากการออกแบบหลักสูตรอย่างสมสมัย ถอดบทเรียนจากการฝึกอบรมนักเรียนระดับประุถม มัธยม และประชาชนทั่วไป ตั้งแต่ปี 2544 โดยพระวิทยากรกลุ่ม เพื่อชีวิตที่ดีงาม ด้วยหลักไตรสิกขาโดยกระบวนการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่ม หลังจากนั้น ราวปี 2553 พระราชกิจจาภรณ์ ได้ปรารภให้ทางกลุ่มร่งคู่มือการอบรมค่าย จนแล้วเสร็จเป็นรูปเล่ม ก่อนที่จะใช้อบรมจนถึงปัจจุบัน
"ในช่วงเวลานั้น เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้ส่งพระวิทยากรลงไปฝึกอบรมพระสงฆ์ในพื้นทีี่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประชาชน รวมถึงเยาวชน ในพื้นที่จนถึงปี 2556 แต่การฝึกอบรมพระสงฆ์ในด้านกระบวนการเผยแผ่ยังมีอย่างต่อเนื่อง จนเกิดโครงการพระวิทยากรพระวิทยากรกระบวนธรรมขึ้นในปี 2559ที่ผ่านมา "
โดยพระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการโครงการ ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้คณะทำงานร่างหลักสูตร โดยมีพระมหาดร.ขวัญชัย กิตติเมธี และคณะกรรมการอีกหลายท่าน ช่วยกันร่างหลักสูตรจนแล้วเสร็จ ประกอบกับการนำเนื้อหาร้างหลักสูตร การอบรมค่าย ทุกมิติ ที่จะทำให้ผู้คนเข้าใจตนเองอันเป็นฐานรากที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว และสังคม อีกทั้งยังสามารถนำไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในเล่มนี้ ที่ได้ถอดบทเรียนมาอย่างมีนัยสำคัญในการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้ พ้นทุกข์ ตั้งแต่เบื้องต้น คือ เรื่องปากท้อง ไปจนถึง พระนิพพานเลยทีเดียว
ทั้งหมดนี้จากการทำงานอย่างมีอุดมการณ์ของ สถาบันพัฒนาพระวิทยากร สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ต้นแบบ พระวิทยากร ที่สร้างพระวิทยากรต่อไปไม่สิ้นสุด เพื่อช่วยเหลือคนทุกข์ให้พ้นภัยในวัฏสงสาร
***
วิปัสสนาบนหน้าข่าว(หน้าพระไตรสรณคมน์ นสพ. คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๐)
ขุดเพชรจาก “พระไตรปิฎก”
ถอดรหัสบูรพาจารย์
สู่ มรกดธรรม “คัมภีร์พระวิทยากร”
หลังจากการฝึกอบรม “พระวิทยากรกระบวนธรรม” รุ่นที่ ๒ จบลงระหว่างวันที่ ๑๘-๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลาอบรมทั้งสิ้น ๘ วัน ณ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ พระมหาดร.ขวัญชัย กิตฺติเมธี พระวิทยากร ประธานกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนาพระมหากษัตริย์ ได้สรุปบทเรียนไว้อย่างน่าสนใจว่า มีงานหนังสือมากมายในโลกใบนี้ ทั้งหมดล้วนเขียนขึ้นเพื่อบอกเล่าส่งทอดความคิดจากรุ่นสู่รุ่น และแต่ละความคิดนั้นยังได้ต่อเติมและส่งต่อจิตวิญญาณของผู้เขียนไปพร้อมกันด้วย
"ถ้าจะกล่าวถึงคัมภีร์สำคัญในด้านการพระพุทธศาสนาก็คือ “พระไตรปิฎก” ทั้งเนื้อหาและภาษาสอนเรื่องทุกข์และความดับทุกข์เป็นสำคัญ แต่การอ่านและศึกษาคัมภีร์นี้จำเป็นต้องอาศัยการตีความแบบผู้มีศรัทธาบ้าง แบบผู้มีปัญญาบ้าง หากเมื่อใดที่ผู้ศึกษาพบทางพ้นทุกข์ นั่นจึงจะถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการศึกษาอย่างแท้จริง แต่หากยังไม่พ้นทุกข์ ผู้ศึกษาก็อาจได้รับผลของการตีความคำสอนนั้นแตกต่างกันไป ไม่มากก็น้อย"
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ท่านเจ้าคุณพระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พัฒนาหลักสูตรพระวิทยากรกระบวนธรรมขึ้นมาจากการถอดรหัสหลักธรรมจากพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกออกมาให้เข้าใจง่ายในการปฏิบัติจิตตภาวนา ผสานกับบทเรียนการเผยแผ่ธรรมของสี่บูรพาจารย์ที่เป็น “ต้นแบบ ต้นธรรม” คือ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) , พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) , หลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปญฺโญ) และ พระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
คัมภีร์พระวิทยากร “หลักสูตรพระวิทยากรกระบวนธรรม” จึงเกิดขึ้น จากการปรารภของพระราชกิจจาภรณ์ เลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๐ เลขานุการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งได้ถ่ายทอดให้กับพระวิทยากรรุ่นแรกๆ นำโดย พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี, พระมหาไกรวรรณ์ ชินทตฺติโย ,พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป, พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม และ พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท พระวิทยากรผู้ทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งด้านอบรมและบรรยายธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์ เยาวชน และประชาชน ในนามกลุ่มเพื่อชีวิตดีงามตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๖๐ โดยมีหลักการสร้างพระวิทยากรจากจิตวิิญญาณ รุ่นต่อรุ่น ใจต่อใจว่า
"...ถ้าผมอยากจะสร้างพระวิทยากรผู้เสียสละอย่างพวกท่านขึ้นมาอีกเป็นคนที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ผมจะต้องทำอย่างไร พวกท่านลองเขียนและสร้างให้ผมสักหน่อย เพราะผมไม่มีความสามารถแบบนี้ แต่ผมมีจิตวิญญาณที่จะสร้างให้มีพระแบบพวกท่านที่มีจิตวิญญาณนักเสียสละแบบนี้ให้มากขึ้น เพราะพระพุทธศาสนาจำเป็นต้องอาศัยการเผยแผ่ที่เสียสละเพื่อต่อลมหายใจพระพุทธศาสนาให้ยาวนานที่สุด”
พระมหาดร.ขวัญชัย อธิบา่ยว่า เมื่อได้รับหลักการมาเช่นนี้ ก็ตระหนักในสิ่งนี้ว่าดี การค้นหาความจริงในชีวิตย่อมจะมีการเข้าใจผิดและถูกตามประสบการณ์จึงจำต้องอาศัยกัลยาณมิตรคอยชี้นำทางอยู่เสมอๆ และมีความจำเป็นต้องอาศัยการบอกต่อประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น
"แม้สิ่งที่สอนนั้นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดแห่งความทุกข์อย่างแท้จริง แต่ก็ถือเป็นการเรียนรู้แบบพี่สอนน้อง เพื่อให้น้องได้เรียนรู้ความผิดพลาด ความสำเร็จบนหนทางที่พี่ได้เคยเดินเคยผ่านมาแล้ว ควรได้ส่งมอบเป็น มรดกธรรม ทั้งแง่ความรู้และจิตวิญญาณที่พี่มีให้น้องได้นำไปต่อเติมเสริมจากนี้ไปไม่สิ้นสุด"
หลังจากที่พระมหาดร.ขวัญชัย ได้ฟังความคิด อุดมการณ์ของอาจารย์เจ้าคุณพระราชกิจจาภรณ์ แล้วท่านกับทางทีมงานจึงได้ร่างหลักสูตรโดยได้นำแนวทางการจัดโครงการที่ผ่านมา เช่น โครงการพระวิทยากรกระบวนการพัฒนางานกระบวนธรรม เป็นต้น ซึ่งริเริ่มโดยพระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท มาปรับปรุงเนื้อหาให้มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น และเปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการอบรมพระวิทยากรกระบวนธรรม” แล้วเริ่มทำการอบรมในปี พ.ศ.๒๕๕๙ ที่วัดสามพระยา จ.กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาทั้งสิ้น ๑๒ วัน
"ตลอดระยะเวลาการอบรม มีทีมงานอีกชุดช่วยทำวิจัยและประเมินผลของหลักสูตรดังกล่าว จนได้พบจุดอ่อนและจุดแข็งในการอบรม เป็นที่มาของการเขียนหลังสูตรแบบสมบูรณ์ขึ้นจนเสร็จในปลายปี พ.ศ.๒๕๕๙ และได้นำมาใช้อบรมในโครงการอบรมพระวิทยากรกระบวนธรรม รุ่น ๒ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้เวลาอบรมทั้งสิ้น ๘ วัน ณ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ
"คัมภีร์พระวิทยากร หลักสูตรพระวิทยากรกระบวนธรรม ได้ถูกส่งมอบให้ผู้เข้าอบรมจึงไม่ใช่แค่หนังสือที่มีตัวหนังสือให้อ่านแล้วได้ความรู้เท่านั้น แต่กลับเป็นตัวหนังสือที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของพระวิทยากรที่เสียสละ ทุ่มเท ชัดเจน และใส่ใจกับทุกภาระงานที่รับผิดชอบ และตอนนี้ได้ถูกส่งต่อจิตวิญญาณไปสู่รุ่นน้อง และจะส่งต่อกันไปไม่สิ้นสุด นั่นคือจิตวิญญาณของพระพุทธศาสนาที่จะสืบต่อกันไปไม่จบสิ้น
ดังที่ท่านเจ้าคุณพระราชกิจจาภรณ์กล่าวว่า เมื่อภาคทฤษฎีจากการอบรม เสร็จแล้ว ต่อไปเป็นภาคปฏิบัติการ โดยในภาคปฏิบัติการนี้ พระวิทยากรที่ผ่านภาคทฤษฎีทุกรูปจะต้องลงพื้นที่ในภูมิของตน นำทฤษฎีตามหลักสูตรที่ได้ฝึกอบรมมาไปลงมือปฏิบัติจริง ตามโรงเรียน ชุมชน หรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ตรง
“จากนั้น ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ก็จะส่งพระวิทยากรที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ไปประเทศอินเดีย ให้ดูดซับศรัทธา อุดมการณ์ และปณิธานบนแผ่นดินพุทธภูมิ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเผยแผ่ ต่อไป จึงจะชื่อว่าจบหลักสูตรพระวิทยากรกระบวนธรรมสมบูรณ์”