๑. หลักการและเหตุผล
หนังสือจึงสร้างอิทธิพลต่อคนอ่าน และสร้างภูมิปัญญาในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะหนังสือที่เพิ่มหลักการด้านคุณธรรมจริยธรรม ตามคำกล่าวของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่สานักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ว่า “การปฏิรูปประเทศต้องปฏิรูปที่ตัวคนปฏิรูปที่ตัวคนต้องปฏิรูปที่พฤติกรรมของคนปฏิรูปถ่ายทอดภาษาได้ตรงกับผู้อ่านจึงเป็นการช่วยสร้างความเข้าใจในด้านคุณธรรมจริยธรรมได้อีกทางหนึ่ง พฤติกรรมของคนต้องพัฒนาระบบค่านิยมคุณธรรมและจริยธรรมที่กำกับพฤติกรรมของคน” และตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึง “คนไทยส่วนใหญ่มีปัญหาด้านคุณธรรมจริยธรรม โดยผลการวิจัยและการสำรวจต่างๆ พบว่าปัญหาสำคัญที่สุด คือ ความซื่อสัตย์สุจริต และการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเห็นว่าต้องส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทยเร่งด่วน”ฉะนั้น การส่งเสริมให้เกิดนักเขียนทางศาสนาที่มีองค์ความรู้และขยายความรู้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีเนื้อหาที่น่าสนใจเหล่านี้จึงควรนำมาวิเคราะห์ถึงเนื้อหาที่เน้นไปที่หลักคุณธรรม จริยธรรม และศึกษารูปแบบวิธีการเขียน ภาษาที่เข้ากันได้กับสังคมในยุคปัจจุบัน
สถาบันพัฒนาพระวิทยากร ภายใต้กำกับการของสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ได้ขยายงานตามมติมหาเถรสมาคม ที่ ๔๑๒/๒๕๕๖ ที่เห็นชอบให้สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคง แห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานของคณะสงฆ์ในการสนับสนุน การดำเนินภารกิจด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก ได้ดำเนินการอบรมพระวิทยากรทั่วประเทศ
ที่ผ่านมามีการจัดโครงการพระนักเขียนขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๔เป็นต้นมา เพื่อสร้างศักยภาพพระวิทยากรให้มีประสิทธิภาพในการเขียนธรรมะเพื่อการเผยแผ่ และจากโครงการในปีที่ผ่านมา ผู้ผ่านการอบรมได้สร้างผลงานเขียนอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพระวิทยากรทุกภูมิภาค ให้มีความสามัคคี อันจะส่งผลให้เครือข่ายการทำงานของพระวิทยากรมีความเข้มแข็งในการทำงานเผยแผ่พระศาสนาสืบต่อไป ในการนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะมีการจัดอบรมพระนักเขียนต่อไป
ที่ผ่านมามีการจัดโครงการพระนักเขียนขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๔เป็นต้นมา เพื่อสร้างศักยภาพพระวิทยากรให้มีประสิทธิภาพในการเขียนธรรมะเพื่อการเผยแผ่ และจากโครงการในปีที่ผ่านมา ผู้ผ่านการอบรมได้สร้างผลงานเขียนอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพระวิทยากรทุกภูมิภาค ให้มีความสามัคคี อันจะส่งผลให้เครือข่ายการทำงานของพระวิทยากรมีความเข้มแข็งในการทำงานเผยแผ่พระศาสนาสืบต่อไป ในการนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะมีการจัดอบรมพระนักเขียนต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
- เพื่อฝึกพระภิกษุสามเณรให้มีทักษะการสื่อสารผ่านงานเขียน สามารถเชื่อมโยงประยุกต์หลักธรรมกับการเขียนได้อย่างเหมาะสม
- เพื่อสร้างเครือข่ายพระสงฆ์และที่จะขับเคลื่อนงานเผยแผ่ผ่านการเขียน เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
๓. เป้าหมายและคุณสมบัติ
พระภิกษุ – สามเณร ที่มีความสนใจ สอบผ่านนักธรรมชั้นตรีขึ้นไป
ทั้งนี้ผู้เข้ารับการศึกษาจะต้องผ่านการคัดเลือกจากผลงานที่ส่งมา และไม่ติดการเรียนหรืออบรมอื่นที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาหลักสูตรพระนักเขียน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเข้าอบรมครบจำนวนชั่วโมงและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ของหลักสูตร โดยจะรับรุ่นละไม่เกิน ๓๐ รูป
ทั้งนี้ผู้เข้ารับการศึกษาจะต้องผ่านการคัดเลือกจากผลงานที่ส่งมา และไม่ติดการเรียนหรืออบรมอื่นที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาหลักสูตรพระนักเขียน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเข้าอบรมครบจำนวนชั่วโมงและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ของหลักสูตร โดยจะรับรุ่นละไม่เกิน ๓๐ รูป
๔. สถานที่ดำเนินโครงการ
ศาลาหลวงพ่อโชคดี วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
๕. ระยะเวลาในการอบรม
๕ วัน ๔ คืนเรียนภาคทฤษฎีคาบละ ๒ ชั่วโมง ๕ คาบ ฝึกภาคปฏิบัติการเขียน ๒๐ ชั่วโมง ฝึกภาคจิตภาวนา ทำวัตรสวดมนต์ เช้าเย็นทุกวัน คาบละ ๒ ชั่วโมง รวมเวลา ๔๐ ขัวโมง
๖. หลักสูตรและตารางกิจกรรม
๗. เงื่อนไขการจบหลักสูตร
ผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกาศนียบัตร จากสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
๑. ต้องมีเวลาเข้าอบรมและร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด
๒. ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ในการดูแลของวิทยากร พร้อมประเมินผลให้ “ผ่าน”
๓. ต้องร่วมกิจกรรมธรรมะภาคปฏิบัติทำวัตรเช้า – เย็น เจริญจิตภาวนาครบตามจำนวน
๔. ต้องร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศและปัจฉิมนิเทศ
๑. ต้องมีเวลาเข้าอบรมและร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด
๒. ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ในการดูแลของวิทยากร พร้อมประเมินผลให้ “ผ่าน”
๓. ต้องร่วมกิจกรรมธรรมะภาคปฏิบัติทำวัตรเช้า – เย็น เจริญจิตภาวนาครบตามจำนวน
๔. ต้องร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศและปัจฉิมนิเทศ

