โครงการฝึกปฏิบัติธรรมออนไลน์ “กิจกรรมปฏิบัติธรรมพัฒนาจิต ชีวิตและปัญญา” คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ฐานที่ ๒ : ศีลธรรมนำชีวิต (ทักษะในการเรียนรู้)
โครงการฝึกปฏิบัติธรรมออนไลน์ “กิจกรรมปฏิบัติธรรมพัฒนาจิต ชีวิตและปัญญา” คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชั้นปีที่ ๑ และชั้นปีที่ ๒ จำนวน ๖๘๕ คน จัดอบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๔ กิจกรรมเสริมความเป็นครู หลักสูตร ๑ วัน โดยคณะพระวิทยากร สถาบันพัฒนาพระวิทยากร สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์
กิจกรรม ธรรมะ Walk Rally แบ่งกลุ่มเรียนรู้ จำนวน ๕ ฐาน
ฐานที่ ๒ : ศีลธรรมนำชีวิต (ทักษะในการเรียนรู้)
โดย พระอาจารย์อัคภูมิ อคฺคจิตฺโต กรรมการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
สำเร็จการศึการศึกษา หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
สรุปได้ว่า ศีลธรรมนำชีวิต โดยปกติแล้ว ศีล แปลว่า ปกติ เย็น ฉะนั้นคนที่มีศีล หมายถึง คนที่มีความสงบร่มเย็นเป็นสุข โดยศีลนั้นเป็นเครื่องควบคุมทางกายและทางวาจา เมื่อทุกคนมีศีลการแสดงออกทางวาจา ทางกายก็จะเรียบร้อย และไม่มีเบียดเบียนคนอื่น ซึ่งบุคคลที่มีศีลจะเป็นลักษณะดังนี้
๑.ห้ามฆ่าสัตว์ ทำร้ายสัตว์ จะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรง มีปัญญาที่ฉลาดหลักแหลม มีรูปร่างหน้าตาดี มีบริวารมาก มีโรคภัยน้อย มีอายุยืน
๒.ไม่ลักทรัพย์ของคนอื่น จะทำให้มั่งมีด้วยเงินทอง อยู่อย่างมีความสุขไม่ต้องหวาดระแวงผู้อื่น คิดอยากได้อะไรก็ได้ดังใจปราถนา
๓.ไม่ระเมิดหญิงที่เป็นภริยาคนอื่น จะทำให้เราไม่ศัตรู เป็นที่รักของทุกคน มีร่างกายสมบูรณ์ไม่ต้องลำบากในชีวิต อยู่อย่างมีความสุข ไม่ต้องกลัวภัยใดๆ
๔.ไม่พูดเท็จ จะทำให้ผิดพรรณผ่องใส พูดจาไพเราะน่าฟัง มีร่างกายพอดี พองาม มีวาจาเป็นที่น่าเชื่อถือ ทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน
๕.ไม่ดื่มสุราและน้ำเมาทำให้ขาดสติ จะทำให้มีปัญญาดี มีปฏิภาณไหวพริบแก้ไขปัญหาเก่ง ไม่เกียจคร้าน พูดจามีสัจจะ มีความกตัญญูกตเวที เสียสละ มีความระอายแก่ใจ ความเกรงกล้วต่อบาป
เพราะฉะนั้นลักษณะของผู้ที่มีศีลธรรมนำชีวิตสู่ความเจริญรุ่งเรืองเป็นผู้ที่น่าศรัทธาและบุคคลเรานี้อยู่ในสังคมได้สังคมนั้นก็จะสงบสุข ซึ่งอานิสงส์ของศีล คือ ทำให้อายุยืนปราศจากโรคภัยเบียดเบียน มีความปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย ครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีผู้เคารพเชื่อถือ วาจามีเสน่ห์เป็นที่น่าจับใจไพเราะ และเป็นผู้มีสติปัญญาดีและเฉลียวฉลาด ไม่หลงหน้าหลงหลัง ดังนั้น หากสังคมนี้ปราศจากซึ่งศีลธรรม ถึงแม้จะมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านวัตถุเทคโนโลยีมากมายเพียงใด ก็มิอาจทำให้สังคมนี้น่าอยู่ได้ เพราะสังคมนี้เต็มไปด้วยความแย่งชิง แข่งขัน เอารัดเอาเปรียบ มองคนอื่นเป็นศัตรู มองคนอื่นเป็นคู่แข่งเพื่อที่จะเอาชนะมองไม่เห็นคุณค่าแห่งชีวิตความเป็นมนุษย์ ที่ทุกคนมีเท่าเทียมกัน จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้อย่างไร ดั่งคำที่ท่านพุทธทาสกล่าไว้ว่า “ศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะวินาศ”
ฉะนั้นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดทักษะในการในแสวงหาความรู้ที่เป็นรูปธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญเกี่ยวกับการสร้างชีวิตให้มีความสุข ดังนี้
๑.การสร้างทักษะด้วยสติ เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้องค์ความรู้และวิธีการใช้ชีวิตให้มีความสุข
๒.การสร้างทักษะด้วยปัญญา ปัญญาเป็นพื้นที่ในการรวบรวมองค์ความรู้ มีเป้าหมายนำความรู้ที่ได้รับไปบริหารจัดการองค์ความรู้อย่างไรบ้าง การเรียนรู้การวางแผนให้เป็นขั้นตอนที่มีความชัดเจนเหมือนขั้นบรรไดที่เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ
๓.การสร้างทักษะด้วยวิธีคิด เป็นการเรียนรู้เกิดจากคำถาม ยิ่งเราฟังมากก็จะได้ประโยชน์ต่การตอบมาก ยิ่งเราอ่านหนังสือมากจะได้รอบรู้ถึงเหตุผลประการการคิด การคิดสิ่งเออกมาจึงเกิดจากฟังและอ่านเป็นสำคัญ แล้วปฏิภาณองค์ความรู้จะเกิดขึ้นตามมา
เมื่อทักษะการเรียนที่เกิดขึ้นล้วนแล้วเป็นกระบวนการในการแสวงหาความรู้เป็นขั้นตอน การวางแผน และวิธีการศึกษาเพื่อให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ สุดท้ายก็เป็นความคิดเป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนจึงต้องใคร่ครวญให้ดี ก่อนทำ ก่อนพูด จะเป็นประโยชน์มาก ดังหลักธรรมพรหมวิหารธรรม ๔ คุณธรรมเครื่องอยู่ของการสร้างความสุข ๔ ประการ ดังนี้
(๑) เมตตา คือ ความรัก ปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นอยู่ดีมีสุข
(๒) กรุณา คือ ความสงสาร ปรารถนาให้ผู้มีทุกข์ เดือดร้อน ให้พ้นทุกข์
(๓) มุทิตา คือ ความพลอยยินดี ที่ผู้อื่นได้ดี ไม่คิดอิจฉาริษยากัน
(๔) อุเบกขา คือ ความวางเฉย ไม่ยินดียินร้ายเมื่อผู้อื่นถึงซึ่งความวิบัติ โดยที่เราก็ช่วย อะไรไม่ได้ ก็ต้องปล่อยวางใจของเราเองด้วยปัญญา ตามพระพุทธพจน์ว่า “สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม”
สรุปเนื้อหาโดยพระอาจารย์วิทยา ญาณเวที กรรมการ สถาบันพัฒนาพระวิทยากร ผู้ประสานงานโครงการ

